การแต่งกาย
การแต่งกายของคนรุ่นใหม่ รุ่นปัจจุบัน เปลี่ยนแปลงจากวัฒนธรรมการแต่งกายเดิมไปมาก จนทำให้เอกลักษณ์การแต่งกายแบบไทยแทบไม่เหลือ
ให้เห็น ทั้งนี้อาจจะมาจากหลายสาเหตุหลายปัจจัย แต่อย่างไรก็ดีผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องต้องมองเห็นความสำคัญ ควรใส่ใจที่แก้ไขปัญหาเพราะค่านิยมการ
แต่งกายแบบไทยสมัยก่อนมีคุณค่ายิ่ง
ให้เห็น ทั้งนี้อาจจะมาจากหลายสาเหตุหลายปัจจัย แต่อย่างไรก็ดีผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องต้องมองเห็นความสำคัญ ควรใส่ใจที่แก้ไขปัญหาเพราะค่านิยมการ
แต่งกายแบบไทยสมัยก่อนมีคุณค่ายิ่ง
การแต่งกายเป็นการแสดงถึงเอกลักษณ์ประจำชาติอย่างหนึ่ง เป็นการแสดงออกถึงประเพณีวัฒนธรรมทั้งรวมถึงการแสดงออกถึงค่านิยมที่ดีงามตามประเพณีวัฒนธรรม ซึ่งถือว่าการแต่งกายแบบไทยมีคุณค่ายิ่ง โดยเฉพาะของผู้หญิง มีรูปแบบต่าง ๆ ที่สวยงาม และที่สำคัญคือสร้างค่านิยมออกแบบการแต่งกายแบบรักนวลสงวนตัว ซึ่งถือเป็นประเพณีวัฒนธรรมที่ดีงามของชาติพึงช่วยกันรักษาเอาไว้ให้เป็นเอกลักษณ์ การที่จะปรับเปลี่ยนบ้าง
ตามแฟชั่นสมัยใหม่ก็ควรอยู่บนพื้นฐานประเพณีวัฒธรรมแบบไทยของเรา แต่ที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ไม่ได้มีการปรับเปลี่ยนให้ดีงามอันสอดคล้องกับวัฒนธรรม การแต่งการแบบไทย ซ้ำยังตามแฟชั่นที่ไม่เหมาะสม กับประเพณีไทยและยิ่งเพิ่มทวีขึ้นทุกวี่ทุกวันโดยรัฐเองไม่มีนโบบายควบคุม ปล่อยให้เป็นไปตามสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคล จนทำให้เอกลักษณ์การแต่งกายแบบไทยแทบไม่เหลือให้เห็นรสนิยมของคนรุ่นใหม่ที่ไปหลงกับแฟชั่นตะวันตก ซึ่งเป็นตัวทำลายเอกลักษณ์การแต่งกายแบบดังเดิมของไทยอย่างน่าเป็นห่วง ด้วยเหตุด้านการสื่อสาร ด้านเทคโนโลยีที่ทันสมัย ทำให้การหมุนตามแฟชั่นของคนรุ่นใหม่ก้าวไปอย่างรวดเร็ว ประกอบกับด้านธุรกิจที่เกี่ยวข้องสนับสนุนได้หลายทาง ความคล่องตัว และรวดเร็วในการเผยแพร่เพิ่มมากขึ้น ยิ่งรัฐบาลไม่มีนโยบายที่จะคอยกำกับดูแลเรื่องนี้ให้เป็นไปตามกรอบ ตามแบบที่ควรจะเป็น ก็ยังแต่จะเร่งวันให้เอกลักษณ์การแต่งกายประจำชาติสูญสิ้นไปหากเอกลักษณ์การแต่งกายประจำชาติของเราสูญหายไป ก็เป็นเรื่องที่น่าเศร้าอย่างยิ่ง เราเศร้าใจในจุดไหนบ้าง ก็ควรจะเศร้าใจในเรื่องระบบความเป็นชาตินิยม เรื่องสูญเสียเกียรติศักดิ์ศรีของความเป็นไทย เรื่องสูญเสียประเพณีวัฒนธรรมกายแต่งกายที่ดีมีคุณค่า ที่น่าหวงแหน
อย่างใครต่อใครที่เป็นชาวต่างชาติเขายกย่องเราในเรื่องนี้ ที่สำคัญคือการแต่งกายแบบรักนวลสงวนตัวเป็นเรื่องที่เหมาะสมยิ่งกับขนบธรรมเนียมประเพณี และวัฒนธรรมของไทยเรา ในส่วนของผลทางอ้อมลึก ๆ การแต่งกายอย่างแบบไทยเรานี้เป็นการปลูกฝังจิตใจในด้านจริยธรรม คุณธรรมได้ สามารถที่จะควบคุมอารมณ์ ความรู้สึกนึกคิด หรือช่วยสร้างสร้างสรรค์ความคิดความอ่านในเรื่องดี ๆ ที่ทรงคุณค่าตามจารีต ประเพณีของไทยเรา
ได้ เอกลักษณ์การแต่งกายแบบไทยจึงควรอนุรักษ์ และส่งเสริม หรือหากจะมีการดัดแปลงบ้างตามยุคตามสมัยก็ควรอยู่บนความพอดี พองาม ด้งเช่นกายแต่งกายของเพื่อนบ้านรอบ ๆ เมืองไทยเรา หากเราได้สัมผัสกับการแต่งกายของชาวลาว ชาวเขมร ชาวพม่า ชาวมาเลเซีย ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านของเรา รู้ความเคลื่อนไหวในเรื่องการแต่งกายของแต่ละประเทศ ท่านจะได้เปรียบเทียบ และเกิดความรู้สึกนึกคิดในด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดีท่านไม่ต้องลงทุนลงแรงนั่งรถนั่งเรือเพียงท่านเปิดโทรทัศน์ที่ช่องต่าง ๆ ของชาตินั้น ๆ ก็ได้สัมผัสเรื่องนี้ได้ทันที นี่อีกทั้งยังตรงประเด็นตามที่ผู้เขียนอ้างสื่อ
โทรทัศน์ว่าเป็นสื่อกลางสำคัญในเรื่องการเผยแพร่แฟชั่นอีกด้วยเมื่อท่านได้สัมผัสท่านคงอดชื่นชมไม่ได้และคงใช้คำว่า "ชาตินิยมดีแท้ น่าชื่นชมจริง ๆ " และหากหวนกลับมามองการแต่งกายของคนไทยรุ่นใหม่ ท่านน่าจะสำลักประโยคที่ว่า "ไร้ชาตินิยมแท้ มันแย่จริง ๆ "
อะไรทำนองนี้ ผู้เขียนเองคิดว่าหลาย ๆ ท่านคงมีความรู้สึกดังที่กล่าว
ตามแฟชั่นสมัยใหม่ก็ควรอยู่บนพื้นฐานประเพณีวัฒธรรมแบบไทยของเรา แต่ที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ไม่ได้มีการปรับเปลี่ยนให้ดีงามอันสอดคล้องกับวัฒนธรรม การแต่งการแบบไทย ซ้ำยังตามแฟชั่นที่ไม่เหมาะสม กับประเพณีไทยและยิ่งเพิ่มทวีขึ้นทุกวี่ทุกวันโดยรัฐเองไม่มีนโบบายควบคุม ปล่อยให้เป็นไปตามสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคล จนทำให้เอกลักษณ์การแต่งกายแบบไทยแทบไม่เหลือให้เห็นรสนิยมของคนรุ่นใหม่ที่ไปหลงกับแฟชั่นตะวันตก ซึ่งเป็นตัวทำลายเอกลักษณ์การแต่งกายแบบดังเดิมของไทยอย่างน่าเป็นห่วง ด้วยเหตุด้านการสื่อสาร ด้านเทคโนโลยีที่ทันสมัย ทำให้การหมุนตามแฟชั่นของคนรุ่นใหม่ก้าวไปอย่างรวดเร็ว ประกอบกับด้านธุรกิจที่เกี่ยวข้องสนับสนุนได้หลายทาง ความคล่องตัว และรวดเร็วในการเผยแพร่เพิ่มมากขึ้น ยิ่งรัฐบาลไม่มีนโยบายที่จะคอยกำกับดูแลเรื่องนี้ให้เป็นไปตามกรอบ ตามแบบที่ควรจะเป็น ก็ยังแต่จะเร่งวันให้เอกลักษณ์การแต่งกายประจำชาติสูญสิ้นไปหากเอกลักษณ์การแต่งกายประจำชาติของเราสูญหายไป ก็เป็นเรื่องที่น่าเศร้าอย่างยิ่ง เราเศร้าใจในจุดไหนบ้าง ก็ควรจะเศร้าใจในเรื่องระบบความเป็นชาตินิยม เรื่องสูญเสียเกียรติศักดิ์ศรีของความเป็นไทย เรื่องสูญเสียประเพณีวัฒนธรรมกายแต่งกายที่ดีมีคุณค่า ที่น่าหวงแหน
อย่างใครต่อใครที่เป็นชาวต่างชาติเขายกย่องเราในเรื่องนี้ ที่สำคัญคือการแต่งกายแบบรักนวลสงวนตัวเป็นเรื่องที่เหมาะสมยิ่งกับขนบธรรมเนียมประเพณี และวัฒนธรรมของไทยเรา ในส่วนของผลทางอ้อมลึก ๆ การแต่งกายอย่างแบบไทยเรานี้เป็นการปลูกฝังจิตใจในด้านจริยธรรม คุณธรรมได้ สามารถที่จะควบคุมอารมณ์ ความรู้สึกนึกคิด หรือช่วยสร้างสร้างสรรค์ความคิดความอ่านในเรื่องดี ๆ ที่ทรงคุณค่าตามจารีต ประเพณีของไทยเรา
ได้ เอกลักษณ์การแต่งกายแบบไทยจึงควรอนุรักษ์ และส่งเสริม หรือหากจะมีการดัดแปลงบ้างตามยุคตามสมัยก็ควรอยู่บนความพอดี พองาม ด้งเช่นกายแต่งกายของเพื่อนบ้านรอบ ๆ เมืองไทยเรา หากเราได้สัมผัสกับการแต่งกายของชาวลาว ชาวเขมร ชาวพม่า ชาวมาเลเซีย ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านของเรา รู้ความเคลื่อนไหวในเรื่องการแต่งกายของแต่ละประเทศ ท่านจะได้เปรียบเทียบ และเกิดความรู้สึกนึกคิดในด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดีท่านไม่ต้องลงทุนลงแรงนั่งรถนั่งเรือเพียงท่านเปิดโทรทัศน์ที่ช่องต่าง ๆ ของชาตินั้น ๆ ก็ได้สัมผัสเรื่องนี้ได้ทันที นี่อีกทั้งยังตรงประเด็นตามที่ผู้เขียนอ้างสื่อ
โทรทัศน์ว่าเป็นสื่อกลางสำคัญในเรื่องการเผยแพร่แฟชั่นอีกด้วยเมื่อท่านได้สัมผัสท่านคงอดชื่นชมไม่ได้และคงใช้คำว่า "ชาตินิยมดีแท้ น่าชื่นชมจริง ๆ " และหากหวนกลับมามองการแต่งกายของคนไทยรุ่นใหม่ ท่านน่าจะสำลักประโยคที่ว่า "ไร้ชาตินิยมแท้ มันแย่จริง ๆ "
อะไรทำนองนี้ ผู้เขียนเองคิดว่าหลาย ๆ ท่านคงมีความรู้สึกดังที่กล่าว
ครอบครัวมีความสำคัญอย่างยิ่งที่จะปลูกฝัง ปูพื้นฐานเกี่ยวกับค่านิยมต่าง ๆ ให้แก่บุตรหลาน ความใกล้ชิดทำให้เราควบคุมดูแลได้ตามต้องการ
ความอ่อนวัยของผู้เป็นบุตรหลานอยู่ในช่วงที่สั่งสอนได้ง่าย ดังที่ว่า "ไม้อ่อนดัดง่าย ไม้แก่ดัดยาก" บทบาทสำคัญของพ่อแม่ผู้ปกครองจึงใช้ได้เต็มที่ เต็มความสามารถ ที่สำคัญหากพ่อแม่ผู้ปกครองอย่าหลงทางเสียเองสุดท้ายนี้อย่างจะกล่าวให้ทุกคนอยู่ในความ “พอเพียง” พอใจในสิ่งที่มีอยู่ไม่ต้องไปตามเหมือนคนอื่น
เรียบเรียงโดย นายโชคทวี ดุรงค์รัตน์
ความอ่อนวัยของผู้เป็นบุตรหลานอยู่ในช่วงที่สั่งสอนได้ง่าย ดังที่ว่า "ไม้อ่อนดัดง่าย ไม้แก่ดัดยาก" บทบาทสำคัญของพ่อแม่ผู้ปกครองจึงใช้ได้เต็มที่ เต็มความสามารถ ที่สำคัญหากพ่อแม่ผู้ปกครองอย่าหลงทางเสียเองสุดท้ายนี้อย่างจะกล่าวให้ทุกคนอยู่ในความ “พอเพียง” พอใจในสิ่งที่มีอยู่ไม่ต้องไปตามเหมือนคนอื่น
เรียบเรียงโดย นายโชคทวี ดุรงค์รัตน์
อ้างอิง www.blog.eduzones.com
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น